Asakusa craftsmen

เหล่าช่างฝีมือที่สืบสานหัตถกรรมญี่ปุ่น

เสียงตอกไม้ดังตึงตึง อากัปกริยาการทากาวลงบนกระดาษอย่างชำนิชำนาญ สายตา

ที่จริงจังยามลับหินด้วยสิ่ว นิ้วมือที่แน่วแน่ยามผนึกสายรองเท้าอย่างไร้สุ้มเสียง ทั้ง

หมดนี้คือช่างฝีมืออาสะขุสะที่สืบสานความรู้และเทคนิคมาจากผู้คนสมัยโบราณ งาน

ฝีมือที่สร้างสรรค์จนถึงด้านที่มองไม่เห็นอันแสนจะปราณีตนั้น  ก็มีความเที่ยงตรง

แม่นยำไม่เป็นรองเครื่องจักร นอกจากนี้ยังให้ความรู้สึกล้ำลึกที่หาได้จากงานที่ทำด้วย

ฝีมือคนเท่านั้น

ร้านมีด “คาเนะโซ”

Kaneso Asakusa

เนื่องจากรสชาติของอาหารเปลี่ยนไปตามมีดที่ใช้ ร้าน “คาเนะโซ” จึง

รวบรวม “มีด” อันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพ่อครัวแม่ครัวในการปรุงแต่ง

อาหารไว้เป็นจำนวนมาก โดยร้านนี้เปิดกิจการตั้งแต่เมื่อปีเมจิที่ 6

(พ.ศ. 2416) สินค้าที่เป็นที่นิยมของลูกค้าชาวต่างชาติคือมีดแล่ปลา

สำหรับใช้ตามบ้านราคาตั้งแต่ 7,000 –17,000 เยน นอก

จากนี้ยังมีผู้นิยมของญี่ปุ่นอย่างแท้จริงที่คอยซื้อมีดล้ำค่า

ราคา 80,000 – 90,000เยนอยู่อีกด้วย โดยเจ้าของร้านใน

ขณะนี้ซึ่งเป็นพี่น้อง 3 คนที่มีใจรักษางานฝีมือแบบดั้งเดิม

เอาไว้ ก็สืบทอดกิจการมาเป็นรุ่นที่ 5 แล้ว

ร้านหวี “โยะโนะยะคุชิโฮะ”

Yonoya asakusa

ร้านหวี “โยะโนะยะคุชิโฮะ” เปิดกิจการตั้งแต่เมื่อปี(พ.ศ. 2260)

แม้ในบริเวณ“ขะริวไค” หรือย่านของวงการเกอิชาในอาซะคุสะที่

เคยคึกคักในปัจจุบันก็เหลือร้านที่ขายหวีไม้ทสึเกะโดยเฉพาะเพียง

ร้านนี้ร้านเดียวเท่านั้น เกอิชาใช้หวีที่มีรูปทรงต่างกันเพียงเล็กน้อย

หลายอันในการจัดแต่งทรงผมโดยหวีที่ใช้ก็ต่างไปตามสภาพเส้นผม

และทรงผมด้วย ตอนนี้นอกจากจะเหลือเกอิชาเพียงจำนวนน้อยแล้ว

จำนวนของคนที่ใช้อุปกรณ์ในการสางผมก็เหลือน้อยลงด้วย คุณ ยู

ไซโต้เจ้าของร้านรุ่นที่ 4 ซึ่งกำลังพยายามค้นหาความเป็นสมัยใหม่พร้อมไปกับการรักษา

ประเพณีแบบดั้งเดิมเอาไว้ด้วยก็ให้ความเห็นว่า“ไม้นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตถ้าหักแล้วลายไม้ก็

เปลี่ยนไป เเต่ถ้าเหลาไม้มากไปซี่หวีก็จะคมเกินไป เเต่ถ้าไม่เหลาเลยเวลาหวีก็จะเจ็บผิว

การจะหาสมดุลนั้นก็เป็นเรื่องยากครับ”

ร้านกระเป๋า “มะทสึโมโตะ”

matsumoto bag Asakusa

เมื่อพูดถึงอาซะคุสะก็ต้องนึกถึง “มัทสึริ” หรือเทศกาลรื่นเริงแบบญี่ปุ่น

พอพูดถึง“มัทสึริ” ก็ต้องคิดถึง “ฮันเท็ง” หรือเสื้อคลุมแบบสั้นที่เอาไว้

สวมทับกิโมโนร้านกระเป๋า “มะทสึโมโตะ” ซึ่งตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ.

2491นั้น นอกจากจะนำ“ฮันเท็ง” และผ้าเช็ดหน้าต่าง ๆ มารีไซเคิล

เป็นเป้สะพายหลังและกระเป๋าต่าง ๆได้ตามแบบที่ชอบอย่างหลาก

หลายแล้วถ้านำกิโมโนเก่า โอบิ (สายคาดกิโมโน) หรือเสื้อผ้าเก่ามา

ให้ ทางร้านก็รับตัดกระเป๋าจากผ้าเหล่านั้นด้วย

ร้าน เอโดซาซิโมโนะ เครื่องเรือนสมัยเอโดะ “วาทานาเบะ”

 

Sashimono watanabe

คนสมัยเอโดะสร้างเครื่องเรือนโดยเอาไม้กระดานมาต่อกับไม้กระดาน

เอาไม้กระดานกับเสามาต่อกัน โดยไม่ใช้ตะปูโลหะใด ๆ เลย ซึ่ง

“เอโดซาซิโมโนะ” ก็คือเครื่องเรือนเเละอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทำขึ้นมา

ตั้งแต่สมัยเอโดะเพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนที่ใช้ ร้าน

“วาทานาเบะ” นี้ ก็พยายามสืบทอดเจตนารมย์การใช้วิธีและ

เทคนิคแบบดั้งเดิม โดยนำมาพัฒนาผสมผสานไปกับ

สถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตสมัยใหม่ “ไดโคขุบาชิระ”

(ราคา 892,500 เยน) นั้น ได้แนวความคิดมาจาก“เสาหลักของบ้าน”ซึ่งเป็นสัญลักษณ์

ของบ้านในสมัยก่อน โดยใช้กลไกพิเศษถึง 6 เครื่องประกอบกันขึ้นมา ซึ่งคุณ อากิระ

วาทานาเบะเจ้าของร้านรุ่นที่สามก็บอกไว้ว่า “อยากจะสร้างของที่สามารถใช้ได้นาน

นับร้อยปีครับ”คนสมัยเอโดะสร้างเครื่องเรือนโดยเอาไม้กระดานมาต่อกับไม้กระดาน

เอาไม้กระดานกับเสามาต่อกัน โดยไม่ใช้ตะปูโลหะใด ๆ เลย ซึ่ง “เอโดซาซิโมโนะ”

ก็คือเครื่องเรือนเเละอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทำขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะเพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิต

ของคนที่ใช้ ร้าน “วาทานาเบะ” นี้ ก็พยายามสืบทอดเจตนารมย์การใช้วิธีและ

เทคนิคแบบดั้งเดิม โดยนำมาพัฒนาผสมผสานไปกับสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตสมัย

ใหม่ “ไดโคขุบาชิระ” (ราคา 892,500 เยน) นั้น ได้แนวความคิดมาจาก“เสาหลักของ

บ้าน”ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบ้านในสมัยก่อน โดยใช้กลไกพิเศษถึง 6 เครื่องประกอบ

กันขึ้นมา ซึ่งคุณ อากิระ วาทานาเบะเจ้าของร้านรุ่นที่สามก็บอกไว้ว่า “อยากจะสร้าง

ของที่สามารถใช้ได้นานนับร้อยปีครับ” 

ร้านเกี๊ยะ “ทสึจิยะ” สาขาใหญ่

Tsujiyahonten Asakusa

ร้านเกี๊ยะ “ทสึจิยะ” สาขาใหญ่ เจ้าของร้านรุ่นที่ 3 ของร้าน “ทสึจิยะ”

พูดไว้ว่า “แค่ถอดรองเท้าแล้วเอาเท้ามาให้ดู ก็รู้ได้ทันทีแล้ว” แม้จะ

เป็นช่างที่มีฝีมือจากประสบการณ์ยาวนานก็ยังเป็นเรื่องที่ยากที่จะผนึก

สายที่เเยกนิ้วบน “โปะขุริ” (รองเท้าเกี๊ยะส้นตึก)   เเต่เจ้าของร้าน

“ทสึจิยะ”นี้สามารถทําได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว ซึ่งที่ร้านนี้ก็มี

ขายทั้ง เกตะ(เกี๊ยะไม้ของญี่ปุ่น) ชนิดต่าง ๆ เช่นแบบที่ส้นเป็นไม้ซี่

เดียวและ 2 ซี่รวมถึงเกตะขนาดเล็ก ซึ่งก็มีวัยรุ่นบางคนที่นิยมใส่ให้

เข้ากับเสื้อผ้าสมัยใหม่ด้วย“โปะขุริ” เป็นเกี๊ยะที่ได้ชื่อมาจากเสียงที่ดัง

ตอนใส่เดิน ซึ่งนอกจากในวันเทศกาล“ชิจิโกะซัง”หรือวันเทศกาลสำหรับเด็กอายุ

สำหรับเด็กอายุ3, 5, 7 ขวบของญี่ปุ่นเด็ก ๆ ก็จะใส่ชุดเก่งสำหรับไปงานไปพร้อม ๆ กับสวม

“โปะขุริ”นี้แล้ว ในปัจจุบันคนที่ใส่ชุดดั้งเดิมของญี่ปุ่นไปงานแต่งงานหรืองานบรรลุนิติภาวะ

โดยที่สวม “โปะขุริ”ด้วยก็กำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยในสมัยเอโดะ “โปะขุริ” คือรองเท้าที่

เด็กสาวในย่านโคมแดงจะได้ใส่เดิน เมื่อได้เป็น “โอยรัง” หรือโสเภณีอันดับหนึ่ง แต่หลังจาก

สมัยเมจิเป็นต้นมาแล้ว ก็เริ่มมีไมโขะหรือเด็กสาวที่ยังไม่บรรจุเป็นเกอิชาและเจ้าสาวที่นิยมใส่

“โปะขุริ” กัน และหลังจากที่พระจักรพรรดิ์ไทโชทรงขึ้นครองราชย์ “โปะขุริ” นี้ก็เริ่มเป็นที่ชื่นชอบ

ของคนที่ชอบการใส่เสื้อแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นขึ้นมา

ร้านพัด “บุงเซนโด”

Bunsendo Asakusa

การทำพัด “เซนสึ” แบบญี่ปุ่นนั้น จะใช้กระดาษแปะลงบนโครงไม้ไผ่

ที่แบนและยาวสิบกว่าซี่ พอคลี่ออกมาจะเป็นรูปร่างพัด พัดแบบนี้จึง

ได้ชื่อว่า “เซนสึ” (“เซน” แปลว่ารูปร่างพัด) ซึ่งก็ใช้พัดลมให้เย็นไม่

ต่างจากพัด “อุจิวะ” หรือพัดแข็งพับไม่ได้ของญี่ปุ่น นอกจากนี้พัด

“เซนสึ”นี้ยังใช้ในการรำแบบญี่ปุ่นและในละครโนะรวมทั้งยังใช้

แขวนประดับบ้านอีกด้วย โดยร้าน “บุงเซนโด”นี้เป็นร้านที่ส่งพัด

ให้กับนักแสดงละครขะบุกิและนักรำของญี่ปุ่นเป็นประจำและยัง

ขายพัดสำหรับรำ พัดสำหรับถือ และ “โทเซนเคียว” หรือชุดพัดไว้เล่นเกมพัดแข็ง ซอง

ใส่เงินของญี่ปุ่น และอื่น ๆ อีกด้วยเจ้าของร้านคนปัจจุบันคือ คุณ โอซามุอะราอิ

ซึ่งเป็นเจ้าของร้านรุ่นที่4 แต่คนในรูปถ่ายคือคุณ เรียวตะซึ่งเป็นรุ่นที่ 5

ร้าน “โฮเคนโด”

Hokendo Asakusa

การเขียนตัวหนังสือด้วยพู่กันเป็นประเพณีที่สืบทอดมาจากประเทศจีน

หินฝนหมึกพู่กัน, กระดาษ, หมึก เรียกกันว่าเป็น จตุสมบัติแห่งการเรียน

อีกทั้งธรรมเนียมการเพลิดเพลินไปกับการนำเครื่องเขียนสวย ๆ มา

ประดับให้คนได้ชมก็ยังทำกันจนมาถึงทุกวันนี้คุณ ทาคาชิ อาโอยากิ

ทายาทของร้าน “โฮเคนโด” รุ่นที่ 4 เล่าว่า “คุณปู่เป็นช่างทำหิน

ฝนหมึกเเบบจีนครับส่วนคุณพ่อเรียนทำหินฝนหมึกเเบบญี่ปุ่นที่

เซนได ส่วนผมก็เป็นผู้สืบทอดธรรมเนียมทั้งสองอย่าง” โดยคุณ

อาโอยากิพยายามขัดเกลาหินฝนหมึกให้มีประสิทธิภาพในการใช้งาน ทนทาน และ

สวยงาม เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้นาน ๆ ด้วย นอกจากนี้คุณ อาโอยากิยังรับทำ

หินฝนหมึกตามสั่งจากหินดิบอีกด้วยโดยที่ร้านนี้ยังขายอุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียนด้วย

พู่กันชนิดอื่น ๆ นอกจาก 4 ชนิดที่ว่าเช่น ที่ทับกระดาษ ที่ใส่น้ำสำหรับหินฝนหมึก จาน

วางหินฝนหมึก ที่ห้อยพู่กันแผ่นรองเขียน อุปกรณ์เล็ก ๆ อื่น ๆ รวมทั้งอุปกรณ์แกะสลัก

อีกด้วย