
ร้านอาหารย่านอาซะคุสะ เป็นสถานที่ที่ศิลปินแวะมาดื่มกินกันอย่างเป็นกันเองภาย
หลังเสร็จสิ้นการแสดง สมัยก่อน ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก มีดาราตลกแวะมาที่ร้านทุกคืน
มากินมาดื่มแล้วก็เซ็นไว้ไม่ได้จ่ายเงิน เซ็นไว้ในสมุดทั้งหมด 3 เล่ม ปู่ของผมก็
ไม่เคยทวงเงินที่เซ็นไว้เลยสักครั้ง แม้ภายหลังดาราตลกเหล่านั้นได้กลายเป็นดารา
ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศก็ไม่เคยทวง ไม่ทวงหรอก เพราะพวกผมได้รับสิ่งที่มีค่า
มากกว่าเงินที่ค้างไว้ในสมุด 3 เล่มนั้น มากมายนัก อาซะคุสะเป็นเมืองแบบนี้แหละ
เมืองที่สร้างและหล่อเลี้ยงศิลปิน” นี่เป็นคำกล่าวของคุณไซกะเจ้าของร้านอาหาร
ชุดไคเซกิแบบปิ้ง-ย่างบนเตาถ่าน “คุระ” ร้านข้าวอบหม้อเหล็ก”อาซะโดริI” และร้าน
อาหารฝรั่ง“ทสึคิมิโซ” “วัตถุดิบเป็นหัวใจสำคัญ ร้านอาหารต้องเสิร์ฟอาหารที่อร่อย
ที่สุด ในสภาพที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า”เขากล่าวด้วยวิญญาณพ่อค้าชาวอะซะคุซะที่ไม่
ยอมลงให้ใครง่ายๆ

คัดสรรเนื้อวัวชั้นยอดจนได้เนื้อทะมุระของโกเบ วัตถุดิบและถ่านไม้อย่างพิถีพิถัน
ประกอบอาหารด้วยวิธีทําที่เรียบง่ายเพื่อให้ได้ลิ้มรสความอร่อยของวัตถุดิบอย่างแท้จริง

อบความอร่อยจากวัตถุดิบตามฤดูกาลทั้ง ไก่ หอยเป๋าฮื้อ หอยเชลล์ ปู และหอยนางรม

เทมปุระแบบโตเกียวทอดด้วยน้ำมันงา 100% ข้าวราดหน้าเทมปุระ
(1,680 เยน) มีทั้งเทมปุระกุ้ง ปลาคิสุ(ปลาทราย) ปลาหมึก
พริกชี้ฟ้าญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดใหญ่จนล้นภาชนะ เทมปุระของที่ร้านนี้
ทอดด้วยน้ำมันซึ่งคิดค้นและผลิตขึ้นเอง มีน้ำซอสสำหรับราดหน้า
เทมปุระรสหวานเค็มไว้ให้ปรุงรสตามใจชอบ

อาซะคุสะมีความสัมพันธ์กับร้านRAIRAIKEN ที่เป็นต้นตำรับราเมงรส
โชยุทางร้านภูมิใจนำเสนอน้ำซุปแบบญี่ปุ่นที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นยุสึ
มีส่วนผสมของกระดูกหมู กระดูกไก่ สาหร่ายคอมบุปลาซาร์ดีนตากแห้ง
ปลาโอแห้ง เป็นต้น ราเมงแบบแยกน้ำ(tsukemen) (700 เยน)เป็น
เมนูที่ขึ้นชื่อของที่ร้าน นอกจากนี้ ยังจำหน่ายภาชนะลายภาพเขียน
อาซะคุสะและสินค้าที่ระลึกงานเทศกาลวัดอะซะคุซะที่จัดขึ้นเป็น
ประจำทุกเดือนอีกด้วย
เว็บไซท์ของ“โยโรอิยะ”(มีภาษาอังกฤษด้วย)

พ่อครัวจะแสดงฝีมือควงตะหลิวอย่างยอดเยี่ยมหน้ากระทะร้อนซึ่งอยู่อีก
ฝั่งหนึ่งของเคาท์เตอร์ อะซะคุซะยะคิ(พิซซ่าญี่ปุ่นแบบอะซะคุซะ)
รสชาดแบบชุมชนชิตะมะจิของโตเกียว(980 เยน) ประกอบด้วย
กุ้งฝอยแดงแห้ง ปลาหมึกหั่น ขิงดองแดง ต้นหอม ใบโอบะ เนื้อแป้ง
เต็มไปด้วยกะหล่ำปลี โรยหน้าด้วยสาหร่าย ใบโอบะ ปลาหมึก และ
ปลาโอแห้งไสจนพูน ราดด้วยซอสและมายองเนสเป็นลายเส้น
ละเอียดเล็ก นอกจากนี้อาหารชุดสเต็กเนื้อสับเป็นอาหารชุดกลางวัน
ยอดฮิต(1,200 เยน) ทำเพียง20 ที่ต่อวันเท่านั้น
เว็บไซท์ของ“ทสึรึจิโร” (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น)

ร้านเต้าหู้นี้ตั้งอยู่ตรงข้ามร้านอาหารซะเรียวอิจิมัทส
เป็นร้านเต้าหู้ที่สืบทอดกิจการกันมาถึง 3 รุ่น ทางร้านศึกษาเปรียบ
เทียบถั่วเหลืองหลายชนิด จนได้ถั่วเหลืองของญี่ปุ่น 4 ชนิด มาผสม
กันทำเป็น “เต้าหู้รสต้นตำรับ” วิธีการผลิตเต้าหู้ของที่นี่ใช้วิธีแบบ
ดั้งเดิมตั้งแต่เมื่อครั้งที่พระรูปหนึ่งนำเครื่องมือการผลิตมาจาก
ประเทศจีน เต้าหู้โมะเมง 200 เยน เต้าหู้โอะโบะโระ 220 เยน

เป็นร้านค้าที่อยู่ใกล้วัดอะซะคุซะมากที่สุด รักษาและสืบทอดวิธีการ
ผลิตรวมถึงรูปแบบขนมนินเงียวยะคิ(เค้กคัสเทร่ารูปตุ๊กตา)มาตั้งแต่
เริ่มดำเนินกิจการในปีพ.ศ.2411 ขนมนินเงียวยะคิของที่ร้านมี
4 รูปแบบ ดังนี้ โคมไฟกระดาษ เทพอัสนีเจดีย์ห้าชั้น นกพิราบซึ่ง
ทั้งหมดเป็นของขึ้นชื่อของอะซะคุซะ ราคา300เยน
เว็บไซท์ของ“คิมุระยะ สาขาใหญ่” (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น)

ร้านนี้ตั้งอยู่ถัดจากวัดอะซะคุซะมาเป็นร้านที่ 3 เป็นร้านซาลาเปา
ทอดแบบทำไปด้วยขายไปด้วย ซาลาเปาทอดของที่ร้านมี 5 ไส้ คือ
“อะเงะมันจู” ไส้ถั่วแดงบดละเอียด(120 เยน) “โกะมะอะเงะมันจู”
ไส้ถั่วแดงบดหยาบโรยด้วยงาดำ(140 เยน) ไส้ชาเขียว ไส้ฟักทอง ไส้มันเทศ(ลูกละ 170 เยน)
เว็บไซท์ของ“อะซะคุซะ โคะโคะโนะเอะ” (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น)

ข้าวเกรียบโอะคะคิทอดด้วยไฟแรงสูง มี 3 รส คือ รสเกลือ รสโชยุ
และ “รสคะตะอะเงะ"ซึ่งผสมสาหร่ายในเนื้อแป้งข้าวเหนียวแล้ว
ราดด้วยโชยุ แป้งข้าวเกรียบทำจากข้าวเหนียว “มิยะโคะงะเนะ”
ที่คัดสรรมาอย่างดีข้าวเกรียบเซมเบ้ย่างเตาถ่านทำจากข้าวเจ้า
ใหม่พันธุ์โคะชิฮิคะริของ เมืองอุโอะนุมะ จังหวัดนิอิกะตะ ซึ่ง
ส่งตรงมาจากเกษตรกรผู้ผลิตข้าวเกรียบ
“วะซะโตะโคะวะชิวะริเซน”(650 เยน)เป็นสินค้าขึ้นชื่อของร้าน
ทำโดยการทุบข้าวกรียบแล้วจุ่มโชยุหมักอย่างดีถึงสองครั้ง

ข้างนอกกรอบข้างในฟู ข้าวเกรียบเซมเบ้ของที่นี่ย่างด้วยเตาถ่านแล้ว
ราดโชยุเพียงเท่านี้ก็จะได้สัมผัสรสชาดที่เรียบง่าย อะทจึยะคิ
(แผ่นหนา)(100 เยน) อุสึยะคิ(แผ่นบาง) (50 เยน) มีหลาย
รส เช่น ข้าวตัง ถั่วลิสงยุสึโคะโช เนะงิมิโสะ เป็นต้น หากจะ
บอกรัก!?บอกด้วยข้าวเกรียบเซมเบ้ รูปหัวใจ (150 เยน)
เว็บไซท์ของ“อิชิบันยะ” (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น)